วิธีคุมกำเนิดที่วัยรุ่นฝังได้ฟรี หยุดปัญหาท้องไม่พร้อม

ยาฝังคุมกำเนิด คืออะไร ยาฝังคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวร ตัวยาเป็นฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเพียงอย่างเดียว เช่นเดียวกับยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิดมีลักษณะเป็นหลอดบรรจุฮอร์โมน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-2.5 มิลลิเมตร ความยาว 4-4.3 เซนติเมตรโดยประมาณ ตัวหลอดมีลักษณะนิ่ม ยืดหยุ่นได้ หลอดไม่สลายตัว ยาฝังคุมกำเนิด มีกลไกป้องกันการตั้งครรภ์อย่างไร เมื่อฝังยาคุมใต้ผิวหนังแล้ว ฮอร์โมนในหลอดยาจะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมาทีละน้อย และดูดซึมเข้าในกระแสเลือดเพื่อออกฤทธิ์คุมกำเนิด โดยฮอร์โมนจะไปป้องกันไม่ให้มีการตกไข่ในแต่ละรอบเดือน และทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียวจนตัวอสุจิผ่านเข้าโพรงมดลูกได้ยาก ทั้งนี้ระยะเวลาในการคุมกำเนิดของยาฝังคุมกำเนิดจะแยกออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ ยาฝังคุมกำเนิดชนิด 1 หลอดจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 3 ปี และยาฝังคุมกำเนิดชนิด 6 หลอดจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้นาน 5 ปี ยาฝังคุมกำเนิด ฝังบริเวณไหนของร่างกาย การฝังยาคุมกำเนิดจะฝังหลอดยาไว้ใต้ชั้นผิวหนัง บริเวณต้นแขนด้านใน กึ่งกลางระหว่างรักแร้และข้อศอก โดยจะฉีดยาชาก่อนแล้วใช้วิธีสอดหลอดยาเข้าไปใต้ผิวหนัง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้แผลมีขนาดเล็กมาก ไม่ต้องเย็บแผลให้ยุ่งยาก แค่ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ก็เพียงพอ และแผลจะหายเป็นปกติได้ภายใน 3-5 วัน ยาฝังคุมกำเนิด ภาพจาก steptohealth.com ฝังยาคุมกำเนิดช่วงไหนดีที่สุด ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการฝังยาคุมกำเนิดคือภายใน […]

Read More

6 วิธีดับกลิ่นเท้าสุดเด็ด เหม็นแรงแค่ไหนก็เอาอยู่

1. สครับเท้าบ้าง ถึงแม้คุณสาว ๆ จะบอกว่าดูแลทำความสะอาดเท้าดี ด้วยการล้างด้วยสบู่ทุกครั้งตอนอาบน้ำแล้วก็เถอะ แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้แบคทีเรียที่ทำให้เท้ามีกลิ่นจะชอบกินเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วของเราเป็นอาหารนั่นเอง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการสครับเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปนั่นเอง โดยอาจจะใช้แปรงหรือผ้าชุบน้ำมาขัด ๆ ถู ๆ ที่เท้าและนิ้วเท้าก็ช่วยได้ วิธีดับกลิ่นเท้า 2. เท้าต้องแห้งตลอดเวลา รู้หรือไม่ว่าแบคทีเรียสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเท้าของคุณสาว ๆ เปียก และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเท้านั่นเองค่ะ ฉะนั้นควรทำให้เท้าแห้งอยู่ตลอด หลังจากล้างเท้าแล้วก็เช็ดให้แห้งทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นยิ่งกว่าเท้าเหม็นจะทำให้คุณเกิดอาการคันหรือเกิดเชื้อราได้นะคะ วิธีดับกลิ่นเท้า 3. เปลี่ยนถุงเท้า การใส่ถุงเท้าทุกวันเป็นเวลานานก็อาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้นะคะ เพราะเมื่อเท้าไม่มีที่ระบายอากาศ ก็จะอบอยู่ในนั้นซึ่งจะทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หากต้องทำงานหรือชอบใส่ถุงเท้าเป็นประจำ ก็อาจจะเตรียมอีกคู่ไปเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นได้ วิธีดับกลิ่นเท้า 4. เปลือยเท้าบ้าง หากวันไหนที่อยู่บ้านอย่างเดียวละก็ ทางที่ดีที่สุดคือการเปลือยเท้าเดินบ้าง หรือหากจะไปไหนมาไหนแบบไม่ต้องการความเนี้ยบมาก ก็ใส่รองเท้าแตะเลยดีที่สุด วิธีดับกลิ่นเท้า 5. ใช้สเปรย์ฉีดดับกลิ่น เดี๋ยวนี้มีสเปรย์สำหรับฉีดดับกลิ่นเท้าออกมาขายเพียบ หากสาว ๆ คนไหนรู้สึกไม่มั่นใจกับปัญหานี้จริง ๆ ก็อาจจะซื้อไว้สักขวดก็ได้ค่ะ เมื่อล้างเท้าเสร็จ เช็ดให้แห้งแล้ว ก่อนใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าก็ฉีดได้เลย วิธีดับกลิ่นเท้า 6. แช่เท้าดับกลิ่น อีกหนึ่งวิธีดับกลิ่นเท้าง่าย ๆ […]

Read More

กินยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา จะท้องไหม

ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดบางตัวกินแล้วก็อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น ทำให้ประจำเดือนขาดไปราว ๆ 3-4 เดือน โดยเฉพาะกับคนที่มีประวัติประจำเดือนมาน้อย หรือมาไม่สม่ำเสมออยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นหากในช่วงหยุดกินยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา และทดสอบการตั้งครรภ์แล้วปรากฏว่าไม่ท้อง ก็ลองปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับสภาพร่างกายของเราที่สุด หรือปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกกินยาคุมกำเนิดตัวใหม่ที่เข้ากับร่างกายเราได้มากกว่า กินยาบางอย่างที่ต่อต้านการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิด ยาบางอย่างมีฤทธิ์ต่อต้านการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิด เช่น ยากันชัก หรือยารักษาวัณโรค ซึ่งหากกินยาเหล่านี้ในระหว่างที่กินยาคุมกำเนิดด้วย ก็เป็นไปได้ว่าฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดจะถูกลดประสิทธิภาพลง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนปรวนแปรได้ ประจำเดือนก็ขาดได้ และอาจมีสิทธิ์ตั้งครรภ์ได้ด้วยนะคะ ดังนั้นให้รอดูประจำเดือนอีกสักเดือน ถ้าประจำเดือนยังไม่มาอีกก็ลองทดสอบการตั้งครรภ์ หรือปรึกษาการวางแผนครอบครัวกับแพทย์ประจำทางให้ชัดเจนไปเลย กินยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา กินยาคุมติดต่อกันนาน ๆ ยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต (รีเซอร์ฟิน) ยาเสพติดชนิดต่าง ๆ หรือแม้แต่ยาคุมกำเนิด ถ้ากินติดต่อกันนาน ๆ ก็อาจทำให้ประจำเดือนไม่มาได้เช่นกัน และเคสนี้ก็มักจะเกิดกับคนที่ประจำเดือนมาค่อนข้างน้อย มาไม่ปกติบ่อย ๆ อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งก็แปลได้ว่าการที่กินยาคุมแล้วประจำเดือนไม่มา ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะท้องเสมอไป อย่างไรก็ตาม หากประจำเดือนของคุณไม่มาเพราะสาเหตุนี้ก็ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงค่ะ นอกเสียจากต้องรอให้ร่างกายปรับฮอร์โมนให้ได้เสียก่อน ซึ่งก็อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ หรือบางคนอาจต้องปรับฮอร์โมนกันเป็นปี ๆ เลยก็มี ที่สำคัญถ้ายังไม่พร้อมมีบุตรก็อย่าหยุดกินยาคุมเด็ดขาดนะคะ ให้กินยาคุมตามรอบไปปกติ […]

Read More

จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงในแต่ละวัย

จุดซ่อนเร้นของสาววัย 20 นี่คือช่วงวัยเจริญพันธุ์ อวัยวะเพศของวัยสาวจึงอยู่ในลักษณะโตเต็มวัย ยกเว้นแคมใหญ่ (labia majora) ที่อาจยังซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้ส่วนนี้ดูบาง หรือสังเกตเห็นไม่ค่อยชัด เนื่องจากอาจมีไขมันใต้ชั้นผิวหนังบังอยู่ หรือเป็นเพราะฮอร์โมนการเจริญพันธุ์ยังมีไม่เต็มที่ การดูแลจุดซ่อนเร้น จุดซ่อนเร้นของสาววัย 30 ช่วงวัยนี้อาจเจอกับภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หรือเพราะความเครียด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนี้อาจทำให้แคมเล็ก (labia minora) มีสีเข้มขึ้น รวมไปถึงเยื่อบุผิวก็อาจมีสีเข้มขึ้นด้วย นอกจากนี้หากอยู่ในภาวะตั้งครรภ์ มดลูกที่ขยายตัวอาจทำให้ช่องคลอดขยายตัวตาม สาว ๆ จึงอาจสังเกตเห็นจุดซ่อนเร้นของเรามีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย การดูแลจุดซ่อนเร้น จุดซ่อนเร้นของสาววัย 40 สาว ๆ วัย 40+ เป็นวัยที่เตรียมพร้อมเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน บางคนจึงเริ่มมีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ มาขาด ๆ หาย ๆ จนกระทั่งพบว่าตัวเองหมดประจำเดือนในที่สุด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วภาวะประจำเดือนหมดจะอยู่ในช่วงวัย 51 ปี โดยประมาณ และอาจเจอกับภาวะขนบริเวณอวัยวะเพศบางลง หรือหลุดร่วงจำนวนมากด้วยนะคะ นอกจากนี้ด้วยอายุที่มากขึ้น ฮอร์โมนที่ลดลง รวมทั้งความเสื่อมของเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณจุดซ่อนเร้น ก็อาจทำให้เกิดภาวะหูรูดเสื่อม หรือภาวะกลั้นปัสสาวะได้ยาก อีกทั้งระดับเอสโตรเจนที่ลดลงในสาววัย 40+ […]

Read More

5 ผ้าอนามัยกาวแน่นติดทน

1. Anion Lovemoon ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตากับผ้าอนามัยแบรนด์นี้ แต่บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้วจะเลิฟเลยค่ะ เพราะผ้าอนามัยตัวนี้นุ่มเบาใส่แล้วสบาย วัสดุก็มาจากธรรมชาติ แถมสาว ๆ หลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กาวเขาแน่นติดทนนานจริง ๆ เลยล่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 200 บาท ผ้าอนามัย ภาพจาก : tops.co.th 2. Whisper อีกหนึ่งผ้าอนามัยที่สาว ๆ ตามหา เพราะผ้าอนามัยวิสเปอร์ไม่ได้มีขายทุกที่ แต่ของเขาดีตรงกาวที่ติดแน่นทนนานนี่แหละ ใส่แล้วไม่เลื่อนหลุดยามเคลื่อนไหว แถมยังซึมซับดี ระบายอากาศก็ดีด้วย ราคาอยู่ที่ราว ๆ 100 บาท ผ้าอนามัย ภาพจาก : unicharm.co.th 3. Sofy Super Active Slim ผ้าอนามัยห่อรูปดอกไม้สุดน่ารัก ที่นอกจากเป็นแผ่นบาง ช่วยให้รู้สึกสบายตอนใส่แล้ว รุ่นนี้กาวเขายังมาแน่นติดทนสุด ๆ เลยล่ะ หากใครอยากมั่นใจตลอดวันละก็ นี่แหละไอเทมที่คู่ควร ราคาอยู่ที่ประมาณ 50 บาท ผ้าอนามัย […]

Read More

ไขมันหน้าท้องเกิดจากอะไร

1. กรรมพันธุ์ สังเกตง่าย ๆ จากคนในครอบครัวเราเองนี่ล่ะ หากแม่ ป้า น้า อา ใครมีรูปร่างทรงแอปเปิลหรือลูกแพร์ ก็โป๊ะเชะว่าคุณได้ยีนเก็บสะสมไขมันเก่งอยู่กับตัว ทำให้เป็นคนที่อ้วนได้ง่าย และไขมันก็มักจะมาสะสมอยู่ที่หน้าท้อง สะโพก ต้นขา มากกว่าที่อื่น ๆ ดังนั้นคนที่ได้กรรมพันธุ์นี้ก็ยิ่งต้องระวังเรื่องอาหารการกินของตัวเองให้ดี พร้อมทั้งหมั่นออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ ด้วยนะคะ 2. เกี่ยวกับฮอร์โมน โฟกัสไปที่สาววัยทองกันสักแป๊บค่ะ เพราะวัยนี้จะมีระดับฮอร์โมนที่แกว่ง ๆ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของร่างกาย โดยจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญอ่อนแรงลงด้วย จึงอ้วนขึ้นได้ง่าย สังเกตได้จากไขมันที่เริ่มพอกพูนตรงสะโพก ก้น และหน้าท้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะดูแลรูปร่างให้เป๊ะปังไม่ได้ เพราะหากอยากมีหุ่นดีเหมือนสาวแรกรุ่น ก็แค่เล่นเวทเทรนนิ่ง หรือออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อเพื่อลดไขมันที่พอกพูน แค่นี้ก็ได้หุ่นดี ๆ สมใจแล้ว 3. เป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ ไขมันหน้าท้องเกิดจากความผิดปกติของร่างกายอย่างโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ก็ได้ด้วยนะคะคุณสาว ๆ โดยภาวะนี้จะทำให้ผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ส่งผลให้มีขนดก ประจำเดือนผิดปกติ เป็นสิว และอ้วนลงพุงได้ ซึ่งอาจรักษาได้ด้วยการกินยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมนเพศ และควรต้องออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งควบคุมอาหารไปด้วยจึงจะลดไขมันหน้าท้องไปได้ 4. […]

Read More

3 ท่านอนแก้ปวดท้องประจำเดือน

วิธีแก้ปวดประจำเดือนของสาว ๆ แค่นอนในท่าที่เขาบอกว่านี่แหละคือท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เมนส์อาการปวดประจำเดือนก็จะบรรเทาลงได้ ไม่ต้องพึ่งยาหรือถุงน้ำร้อนเลย สำหรับสาว ๆ ที่ปวดประจำเดือนแต่ไม่อยากพึ่งยาแก้ปวดประจำเดือน และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับถุงน้ำร้อน ลองมาใช้วิธีแก้ปวดประจำเดือนด้วย 3 ท่านอนที่เหมาะกับมนุษย์เมนส์อย่างเรา ๆ ดูบ้างดีกว่า วิธีแก้ปวดประจำเดือน 1. นอนขดตัว การนอนขดตัวในท่าเดียวกับทารกในครรภ์จะช่วยแก้ปวดท้องประจำเดือนของคุณสาว ๆ ได้ ยืนยันได้จากผลการวิจัยของลิซ่า ลินด์ลีย์ และเจนนิเฟอร์ ไวเดอร์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแห่ง Eisenhower Women’s Health ที่อธิบายไว้ว่า การนอนขดตัวจะช่วยลดการกดทับท้องน้อย ทำให้อาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ ทุเลาลงได้ อีกทั้งท่านี้ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบ ๆ หน้าท้อง ส่งผลให้อาการปวดเกร็งบรรเทาเบาบางตามไปด้วยค่ะ วิธีแก้ปวดประจำเดือน ภาพจาก saveandrelief.org 2. นอนหงาย หนุนหมอนใต้เข่า ท่านอนหงายเป็นท่าที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะอยู่ในท่าทางที่สบายที่สุด กล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย ส่งผลให้อาการปวดประจำเดือนของสาว ๆ บรรเทาลงไปได้ในระดับหนึ่ง และหากนำหมอนมาหนุนบริเวณใต้เข่าด้วย ก็จะช่วยเลี่ยงไม่ให้กระดูกสันหลังอยู่ในลักษณะโค้งมากเกินไป จนอาจส่งผลให้ยิ่งปวดท้องประจำเดือนมากขึ้นกว่าเดิมได้ แต่หากนอนในท่านี้แล้วยังไม่หายปวดประจำเดือน คุณสาว ๆ […]

Read More

3 สูตรนวดหน้าลดความบวมตอนเช้า

1. วิธีนวดหน้าเพื่อผิวสุขภาพดี ไม่มีน้ำคั่งกวนใจ วิธีนวดหน้าที่เก็บไว้ทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้เลย เพราะมีจุดประสงค์หลักในการกระตุ้นความเข็งแรงของเซลล์ผิวหน้า ขับน้ำส่วนเกินที่ก่ออาการหน้าบวมให้หายไป และยังเป็นการนวดหน้าเรียวได้ด้วยล่ะ 1. ล้างมือและล้างหน้าให้สะอาดหมดจด จากนั้นวอร์มอัพผิวหน้าด้วยการใช้ปลายนิ้วไต่ ๆ ให้ทั่วใบหน้า วนไปจนถึงลำคอ ทำซ้ำประมาณ 2 ครั้ง 2. ทาครีมบำรุงผิวหน้าให้ทั่ว 3. ใช้นิ้วชี้ไล้ผิวบริเวณหน้าผากเป็นแนวซิกแซกทั้งแนวนอนและแนวขวาง 4. จากนั้นใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางไล้จากกลางหน้าผากและมาหยุดคลึงบริเวณขมับสักพักเพื่อคลายความตึงเครียด 5. ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบเบา ๆ ตามแนวคิ้ว นาน 10 วินาที 6. กดปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางคลึงเบา ๆ ที่ระหว่างคิ้วและกกหู ที่ละ 10 วินาที 7. ใช้นิ้วกลางไล้เบา ๆ ใต้ตา โดยไล้จากหัวตาไปหางตาอย่างเบามือ ประมาณ 10 ครั้ง ท่านี้จะช่วยขับน้ำที่ถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี 8. ใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 (ยกเว้นนิ้วโป้ง) คลึงเบา ๆ จากคางขึ้นไปยังขมับ สลับทำทั้ง 2 ด้าน […]

Read More

ธีนวดลดถุงใต้ตา

วิธีนวดหน้าที่เน้นไปที่การกดจุด คลึงวนไปประมาณ 6 วินาทีด้วยนิ้วนางตามจุดใต้ตา เปลือกตา ข้างจมูก และร่องแก้ม ซึ่งก็จะช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยไปด้วยในตัว เริ่มด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า แล้วใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของมือทั้งสองข้างค่อย ๆ ไล้จากหัวคิ้วขึ้นไปบนหน้าผาก จากนั้นใช้ปลายนิ้วกลางไล้เบา ๆ จากหัวตา ขึ้นไปตามคิ้ว เมื่อทำครบทั้งสองข้างแล้วให้ไล้ปลายนิ้วกลางจากหัวตาลงมาที่สันจมูกและโค้งไปตามผิวใต้ตา เพื่อขับน้ำที่คั่งอยู่ออกไป ปิดท้ายด้วยการไล้นิ้วจากหัวตาไปนวดบริเวณขมับทั้งสองข้าง เพื่อช่วยลดริ้วรอย เตรียมผิวหน้าให้พร้อมแล้วใช้ปลายนิ้วนางไล้จากหัวตาลงมาตามสันจมูก ค่อย ๆ คลึงนิ้วจากขอบตาล่างดึงลงมาเบา ๆ ตามแนวสันจมูก นานประมาณ 10 วินาที จากนั้นใช้ปลายนิ้วนางและปลายนิ้วกลางไล้จากขอบตาล่างดึงลงมาหาแก้ม ขยับไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่หัวตาไปยังหางตา เสร็จแล้วให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งจับคิ้วแล้วยกขึ้นเบา ๆ เป็นการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า แล้วใช้ปลายนิ้วทั้งห้ากดคลึงเบา ๆ จากขอบสันจมูกบริเวณใต้ตา ไล่มายังกกหู ปิดด้วยการใช้หลังช้อนสเตนเลสกดคลึงเบา ๆ ให้ทั่วขอบตาด้านล่างไล่ไปยังกกหู สูตรนี้จะใช้ช้อนกลางแบบเซรามิก แช่ในน้ำแข็งให้เย็น แล้วนำมาประคบที่เบ้าตาประมาณ​ 1 นาที ให้ความเย็นช่วยลดอาการบวมที่ใต้ตา จากนั้นให้ใช้ปลายช้อนไล้นวดเบา ๆ บริเวณเปลือกตาและคิ้วข้างละประมาณ 20-50 ครั้ง แล้วค่อยเลื่อนมานวดที่ใต้ตา […]

Read More

10 อาหารที่สาว ๆ ควรเลี่ยง

ตกขาวเยอะมากจนตกใจว่าภายในร่างกายเรามีโรคอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า แต่บางทีอาการตกขาวเยอะมากอาจเพราะสาว ๆ กินอาหารกระตุ้นตกขาวโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อาการตกขาวเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนต้องเจอค่ะ เพราะเป็นกลไกที่ปกติของร่างกาย ยิ่งเวลาใกล้มีประจำเดือนตกขาวก็จะมีมากขึ้น เนื่องจากร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเล็กน้อยก่อนที่ประจำเดือนจะมา ทว่าสำหรับสาวคนไหนที่รู้สึกเหมือนตกขาวออกมามากเกินไป ลองสำรวจดูสิคะว่าคุณได้กินอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ หรือเปล่า 1. ชา กาแฟ การดื่มชาหรือกาแฟมากเกินไปสามารถกระตุ้นให้มีตกขาวเยอะขึ้นได้ค่ะ เนื่องจากชาและกาแฟมีคาเฟอีนที่อาจส่งผลให้แบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล อีกทั้งในชาและกาแฟก็มีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างมาก ซึ่งน้ำตาลนี่แหละค่ะที่อาจเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในช่องคลอดได้ เพราะเชื้อราชอบความหวานไม่เบาเลยล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดื่มชาและกาแฟให้ส่งผลต่อภาวะตกขาวมากผิดปกติ ก็ต้องเป็นเคสที่ดื่มชาและกาแฟมากเกิน 4 แก้วต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายจะขับคาเฟอีนและเผาผลาญพลังงานได้หมดนะคะ 2. อาหารประเภทแป้ง โดยเฉพาะแป้งขัดขาว พวกขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว และข้าวขัดขาว อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวเหล่านี้ร่างกายเราจะย่อยและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้เร็วมาก ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ และเมื่อมีความหวานอยู่ในกระแสเลือดเยอะ โอกาสในการติดเชื้อในช่องคลอดก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นสาว ๆ สายแป้งก็อาจจะมีตกขาวเยอะมากกว่าปกติ 3 น้ำตาล นม เนย นอกจากความหวานที่มากเกินไปจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอดง่ายขึ้นแล้ว การรับประทานอาหารที่มีนม-เนยเยอะ ๆ ก็อาจทำใความเป็นกรด-ด่างในช่องคลอดเสียสมดุลด้วยเช่นกัน ซึ่งช่วงนี้เชื้อราและแบคทีเรียอาจจู่โจมช่องคลอดเราได้ง่ายขึ้น เป็นสาเหตุของอาการตกขาวเยอะมากผิดปกติในที่สุด 4. แอลกอฮอล์ สายดริงก์ที่เจอกับภาวะตกขาวเยอะหนักมาก ลองลดหรืองดการดื่มแอลกอฮอล์สักพัก แล้วคุณจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าอาการตกขาวเยอะผิดปกติค่อย […]

Read More
Skip to toolbar